Perfect Woman Blog

ความรู้เรื่องตัดมดลูก

Posted on: พฤศจิกายน 20, 2009

                การตัดมดลูกนับว่าเป็นการผ่าตัดที่มากที่สุด ในทางนรีเวชวิทยาที่ประเทศสหรัฐอเมริกาประมาณกันว่ามีการ ผ่าตัดมดลูกออก ปีละมากกว่า 650,000 ราย และ 80% ของผู้ป่วยมีอายุระหว่าง 20 ถึง 49 ปี ผู้ป่วยส่วนใหญ่ มีความรู้เกี่ยวกับการตัดมดลูกน้อย จึงมักทำให้เกิดความกลัวและกังวลใจ มีคำถามอยู่ในใจมากมายทั้งที่กล้าถาม และไม่กล้าถาม เช่น ฉันจะรู้สึกอย่างไรเมื่อฟื้นจากสลบ จะมีผลตามมาอย่างไรบ้าง มีผลระยะยาวอย่างไร จะทำให้แก่ลงเร็วใช่หรือไม่ จะทำให้ชีวิตเกี่ยวกับทางเพศเปลี่ยนไปหรือไม่ เป็นต้น

ความหมายของคำว่า “ตัดมดลูก”

คำว่า ตัดมดลูกโดยทั่ว ๆ ไป หมายถึง การตัดเอามดลูกและปากมดลูกออก แต่ในทางการแพทย์อาจแบ่งออก
 เป็นสามอย่าง คือ

  1. การตัดมดลูกและปากมดลูกออก (Total Hysterectomy) เหลือรังไข่ไว้ 1 ข้างหรือทั้ง 2 ข้าง เพื่อให้คงการ
     ทำงานที่สร้างฮอร์โมนของรังไข่ไว้
  2. ตัดเฉพาะส่วนของมดลูกเหลือปากมดลูกไว้ (Subtotal Hysterectomy) จะทำในกรณีที่การตัดปากมดลูก
     เอาออกยากแพทย์บางคนเชื่อว่าการคงปากมดลูกไว้ จะช่วยป้องกันการหย่อนของช่องคลอดที่เหลืออยู่ บางคนเชื่อว่า
    อาจเกี่ยวข้องกับความรู้สึกทางเพศของสตรี มีการศึกษาพบว่า การตัดแบบเหลือปากมดลูกไว้ ทำได้ง่ายกว่าตัดมดลูก
    ทั้ง หมดออก, ภาวะแทรกซ้อนน้อยกว่า และการเจ็บปวดของคนไข้น้อยกว่าด้วย ในกรณีนี้ ปากมดลูกที่เหลืออยู่มี โอกาสเกิดมะเร็งได้เหมือนคนทั่ว ๆ ไป ที่ไม่ได้รับการผ่าตัดมดลูก จึงต้องมีการตรวจมะเร็งปากมดลูกเหมือนปกติ
  3. การตัดมดลูกเหมือนแบบที่ 1 หรือ แบบที่ 2 แต่เอารังไข่ออกไปด้วยทั้ง 2 ข้าง ความแตกต่างของแบบนี้
     จาก 2 แบบแรก คือจะไม่มีรังไข่สำหรับผลิตฮอร์โมนเพศ โดยเฉพาะที่สำคัญคือ เอสโตรเจน (Estrogen) อยู่อีกต่อไปมักจะทำในกรณีที่อายุมากแล้ว รังไข่หมดหน้าที่แล้ว หรือรังไข่มีพยาธิสภาพ หรือมีเนื้องอกมะเร็งที่อื่น ที่ฮอร์โมนเอสโตรเจน จะไปทำให้มันลุกลามมากขึ้น แบบนี้จะทำให้ร่างกายขาดฮอร์โมนเอสโตรเจน เหมือนกับคนที่
    หมดระดูแล้ว ซึ่งจะต้องพิจารณาถึงการให้ฮอร์โมนทดแทนต่อไป เช่นเดียวกับคนหมดระดู
About these ads
ป้ายกำกับ: ,
ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: